ตรวจสอบข้อมูล
ตรวจประกาศรับบริจาคก่อนโอน
อัปเดตล่าสุด 30/08/2026
ก่อนโอนร่วมบุญ ควรตรวจให้เชื่อมถึงกันสามอย่าง: โครงการที่มีอยู่จริง ช่องทางที่ผู้จัดใช้จริง และผู้รับเงินที่ได้รับมอบหมายสำหรับโครงการนั้น การมีงานอยู่จริงไม่ได้แปลว่าทุกบัญชีหรือ QR ที่นำชื่องานไปใช้จะเป็นของผู้จัด
คู่มือนี้ช่วยจัดลำดับการตรวจและอธิบายว่าควรทำอย่างไรเมื่อข้อมูลไม่ตรงกันหรือสงสัยว่าถูกหลอก ไม่ใช่การรับรองมูลนิธิ วัด บุคคล หรือบัญชีใด และไม่รับประกันว่าทำครบแล้วจะไม่มีความเสี่ยง
เริ่มจากประกาศโครงการ ไม่เริ่มจากลิงก์จ่ายเงิน
ค้นเว็บไซต์หรือช่องทางของวัด มูลนิธิ หรือผู้จัดด้วยตนเอง แล้วหาประกาศโครงการที่ระบุชื่อ วัตถุประสงค์ ช่วงรับ และวิธีติดต่อ ตรวจว่าเป็นประกาศปัจจุบันหรือโครงการที่สิ้นสุดไปแล้ว การแชร์ภาพเก่าใหม่ไม่ได้ทำให้บัญชีหรือเงื่อนไขกลับมาใช้ได้โดยอัตโนมัติ
เทียบข้อความในประกาศกับสิ่งที่ผู้ส่งข้อความอ้าง เช่น ต้องการช่วยด้านใด รับเงินหรือสิ่งของ ถึงวันไหน และผู้รับผิดชอบคือใคร หากชื่อสถานที่มีหลายสาขา ให้ตรวจสาขาและจังหวัดด้วย อย่าคิดว่าทุกช่องทางที่ใช้ชื่อองค์กรเดียวกันดูแลโครงการเดียวกัน
เมื่อจำเป็นต้องโทรถาม ควรหาเบอร์จากเว็บไซต์หรือช่องทางเดิมที่ตรวจสอบที่มาได้ ไม่ใช้เฉพาะเบอร์ที่มากับข้อความเร่งให้โอน คำถามที่ช่วยได้คือ “ขอยืนยันว่าโครงการนี้ยังรับอยู่ บัญชีชื่อนี้เป็นผู้รับที่องค์กรกำหนด และมีประกาศให้ตรวจเทียบได้ที่ใด”
ก่อนกดยืนยัน อ่านผู้รับและจำนวนเงินจากแอปธนาคาร
ธนาคารแห่งประเทศไทยแนะนำการใช้ QR ให้ตรวจผู้รับและยอดก่อนยืนยัน และไม่ใช้ QR ที่ไม่ทราบที่มาชัดเจน สำหรับการบริจาค จึงควรเทียบข้อมูลบนหน้าสรุปรายการกับประกาศที่ตรวจจากผู้จัดแล้วอีกครั้ง ไม่อ่านเฉพาะข้อความที่พิมพ์ใต้ภาพ QR
หน้าจอเล็ก: เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่ออ่านครบทุกคอลัมน์
| สิ่งที่ตรวจ | วิธีตรวจให้ตรงเรื่อง |
|---|---|
| ชื่อผู้รับเงิน | ตรงกับชื่อที่ผู้จัดประกาศสำหรับโครงการนี้หรือไม่ ไม่เทียบเพียงชื่อคล้ายกัน |
| เลขบัญชีหรือหมายเลขรับเงิน | เทียบกับต้นฉบับที่เปิดจากช่องทางทางการ ไม่ใช้ภาพที่มีการแก้ทับหรือส่งต่อไม่ทราบที่มา |
| ยอดเงิน | ตรวจจำนวนและสกุลเงินบนหน้าสรุป ไม่ถือว่าระบบใส่จำนวนให้ถูกตามที่ตั้งใจเสมอ |
| วัตถุประสงค์ | ช่องทางนี้รับสำหรับโครงการที่ต้องการสนับสนุนจริงหรือใช้เพื่อเรื่องอื่น |
| หลักฐานหลังโอน | รู้ว่าจะเก็บหลักฐานอย่างไรและต้องแจ้งผู้จัดผ่านช่องทางใด โดยไม่เปิดข้อมูลต่อสาธารณะ |
หากชื่อบัญชีเป็นบุคคล แต่ประกาศกล่าวถึงองค์กร ยังไม่ควรสรุปว่าเป็นการโกงหรือเป็นบัญชีที่ใช้ได้ทันที ให้หยุดและขอหลักฐานว่าบุคคลนั้นได้รับมอบหมายให้รับเงินสำหรับโครงการนี้จากช่องทางทางการขององค์กร หากยังเชื่อมโยงไม่ได้ ก็ยังไม่จำเป็นต้องโอน
QR ไม่ได้มีไว้ชำระเงินอย่างเดียว บางรหัสเปิดเว็บไซต์หรือแบบฟอร์ม ควรดูปลายทางก่อนกรอกข้อมูล หากหน้าที่เปิดขึ้นขอรหัสผ่านธนาคาร ขอ OTP ผ่านแชต หรือให้ติดตั้งแอปที่ไม่รู้จักเพื่อบริจาค ให้หยุดและติดต่อช่องทางทางการก่อน ไม่ให้ผู้อื่นควบคุมหน้าจออุปกรณ์ขณะทำธุรกรรม
พบแบบนี้ให้ชะลอ แม้โครงการจะดูน่าเชื่อถือ
- เร่งให้โอนทันที: อ้างว่าพลาดสิทธิ์ ได้บุญน้อยลง หรือห้ามถามใคร การตัดสินใจช่วยเหลือไม่ควรถูกใช้เป็นแรงกดดันให้ข้ามการตรวจ
- เปลี่ยนบัญชีกะทันหัน: แจ้งในแชตว่าบัญชีเดิมใช้ไม่ได้ แต่ไม่มีประกาศจากช่องทางที่องค์กรใช้จริง
- มีแต่ภาพ ไม่มีต้นทาง: เห็นโลโก้และชื่อผู้มีชื่อเสียง แต่ย้อนกลับไปหาโครงการหรือผู้รับผิดชอบไม่ได้
- ขอข้อมูลเกินเรื่อง: ขอรหัสผ่าน PIN หรือให้ส่ง OTP แก่บุคคลอื่น ไม่ใช่การกรอกยืนยันตัวตนในช่องทางทางการที่เราเปิดเอง
- อ้างช่วยตรวจเงินหรือคืนเงิน: ขอให้โอนเพิ่มก่อนเพื่อปลดล็อก ตรวจสอบ หรือรับเงินคืน โดยเฉพาะผู้ที่ทักมาหลังเกิดปัญหา
สัญญาณเหล่านี้เป็นเหตุให้หยุดตรวจเพิ่ม ไม่ใช่หลักฐานพอที่จะกล่าวหาบุคคลใดต่อสาธารณะ หากไม่สบายใจ สามารถเลือกช่วยด้วยสิ่งของตามรายการที่ผู้จัดรับ หรือรอจนยืนยันข้อมูลได้ การไม่โอนทันทีไม่ได้หมายความว่าไม่อยากช่วย
เก็บหลักฐานให้ใช้ได้ แต่ไม่เผยข้อมูลเกินจำเป็น
เก็บลิงก์ประกาศ ชื่อบัญชีหรือช่องทางติดต่อ วันเวลา ข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้อง และหลักฐานธุรกรรมไว้เป็นชุดเดียวกัน หลักฐานต้นฉบับควรเก็บส่วนตัว ไม่แก้ทับข้อมูลสำคัญ หากต้องแจ้งธนาคารหรือตำรวจให้ส่งตามวิธีที่หน่วยงานกำหนด
การโพสต์บอกว่าได้ร่วมบุญแล้วไม่จำเป็นต้องเผยสลิปเต็มใบ เลขบัญชี เบอร์โทร เลขอ้างอิง หรือข้อมูลผู้อื่นต่อสาธารณะ หากผู้จัดต้องการหลักฐาน ให้ใช้ช่องทางที่ระบุไว้จริงและส่งเฉพาะส่วนที่จำเป็น ไม่ส่งสำเนาเอกสารส่วนตัวในความคิดเห็นสาธารณะ
ถ้าโอนแทนครอบครัวหรือเพื่อน ให้ตกลงยอดและโครงการก่อน จากนั้นแจ้งว่าทำรายการผ่านช่องทางใดและเก็บหลักฐานไว้ที่ใคร ไม่ขอรหัสธนาคารของอีกฝ่ายมาใช้แทนกัน และไม่รวบรวมข้อมูลส่วนตัวมากกว่าที่จำเป็นต่อการประสานงาน
โอนไปแล้วและสงสัยว่าถูกหลอก ควรทำอะไรต่อ
- หยุดโอนเพิ่มและหยุดให้ข้อมูลแก่ผู้ต้องสงสัย: ไม่ทำรายการตามคำสั่งที่อ้างว่าจะทดสอบบัญชีหรือช่วยคืนเงิน
- ติดต่อธนาคารต้นทางผ่านช่องทางทางการโดยเร็ว: เช่น ช่องทางในแอปหรือเว็บไซต์ที่เปิดเอง แจ้งว่าเป็นธุรกรรมที่สงสัยการหลอกลวง พร้อมวันเวลา จำนวนเงิน และข้อมูลผู้รับที่มี
- โทร AOC 1441: กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระบุว่าให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ขอความช่วยเหลือและคำแนะนำขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่รับประกันว่าจะได้เงินคืน
- เก็บและส่งหลักฐานตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง: บันทึกเลขรับเรื่องและขั้นตอนติดตาม หากต้องแจ้งความออนไลน์ให้เริ่มจาก Thai Police Online ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่เข้าผ่านโฆษณาหรือแชตที่อ้างเป็นตำรวจ
ตามข้อมูลของกระทรวงฯ AOC 1441 ให้ติดต่อผ่านสายด่วน ไม่ได้ให้บริการผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียที่อ้างชื่อศูนย์ หากมีผู้ทักมารับติดตามเงินคืนและขอค่าดำเนินการล่วงหน้า ให้ระวังการหลอกซ้ำ ซึ่ง ThaiCERT เตือนไว้ในข้อมูลวันที่ 10 เมษายน 2569 ว่ามีการปลอมเป็นเจ้าหน้าที่และหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมเพื่อรับเงินคืน
กรณีโอนผิดผู้รับโดยไม่ได้ถูกหลอก กับกรณีถูกหลอกให้โอน อาจมีขั้นตอนต่างกัน ควรบอกข้อเท็จจริงกับธนาคารให้ชัด ไม่ทำธุรกรรมแก้ไขเองตามบุคคลที่ติดต่อมา บทความนี้ไม่กำหนดเส้นตายทางคดีหรือรับรองผลการระงับและคืนเงิน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำปัจจุบันของหน่วยงานที่รับเรื่อง
งานที่มีข้อมูลบน Thai Faith Day ไม่ได้แปลว่าบัญชีรับเงินผ่านการรับรอง

ระดับการตรวจใน หน้าแนวทางความน่าเชื่อถือ อธิบายที่มาของข้อมูลงาน เช่น วัน เวลา สถานที่ และประกาศผู้จัด ไม่ใช่บริการตรวจเจ้าของบัญชีหรือรับประกันโครงการรับบริจาค Thai Faith Day ไม่รับเงินบริจาคแทนวัด มูลนิธิ หรือผู้จัดที่นำมารวบรวม
หากมีผู้ส่งภาพหน้ารายละเอียดจากเว็บเราเพื่อยืนยันบัญชีที่อยู่ในแชต ให้กลับไปตรวจช่องทางรับเงินกับผู้จัดโดยตรง ภาพหน้าจอของงานเป็นหลักฐานได้เพียงว่ามีข้อมูลใดแสดงอยู่ ไม่ได้เชื่อมโยงบัญชีส่วนบุคคลที่ส่งมาเพิ่มเข้ากับผู้จัดโดยอัตโนมัติ
พบประกาศหรือข้อมูลบนเว็บไซต์ที่อาจทำให้เข้าใจผิด สามารถ แจ้งทีมงานให้ตรวจแก้ พร้อมลิงก์และรายละเอียดที่จำเป็น แต่แบบฟอร์มนี้ไม่ใช่การแจ้งความ ไม่ใช่ช่องทางอายัดเงิน และไม่ควรใช้แทนการติดต่อธนาคารหรือ 1441 เมื่อมีเหตุเร่งด่วน
คำถามที่พบบ่อย
ชื่อบัญชีตรงกับประกาศ แปลว่าปลอดภัยแน่นอนหรือไม่
ยังรับประกันไม่ได้ ต้องตรวจด้วยว่าประกาศเป็นของผู้จัดจริงและโครงการยังใช้ช่องทางนั้นอยู่ การตรวจแต่ละข้อช่วยลดข้อสงสัยคนละส่วน ไม่ใช่ตรารับรองความปลอดภัยสมบูรณ์
คนรู้จักส่ง QR มาให้ จำเป็นต้องตรวจอีกไหม
ควรตรวจ เพราะคนส่งอาจส่งต่อภาพเก่า เข้าใจผิด หรือบัญชีสื่อสารของเขาอาจถูกนำไปใช้โดยผู้อื่นได้ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อความเร่งรัดหรือเปลี่ยนผู้รับกะทันหัน
ยังไม่แน่ใจว่าเป็นการโกง โทรขอคำแนะนำก่อนได้ไหม
สามารถติดต่อธนาคารของตนหรือสายด่วน 1441 เพื่ออธิบายข้อสงสัยและขอแนวทางที่เหมาะสมได้ ไม่จำเป็นต้องกล่าวหาผู้ใดก่อน ให้เล่าลำดับเหตุการณ์และข้อมูลที่มีตามจริง
ตรวจแหล่งอ้างอิง 30 สิงหาคม 2569 ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไปในการตรวจช่องทางรับเงินและขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือการรับรองบัญชีรายใด ภาพประกอบไม่มี QR หรือรายละเอียดบัญชีรับเงิน